วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2558

มุมมองเซียน

Tuesday , 8 / 09 / 2015

        วันนี้ manage เวลาพลาดไปนิดตอนเรียนไม่ค่อยตั้งใจ ไม่ค่อยได้วางแผนว่าจะรีดความรู้ออกมาจากอาจารย์ได้ยังไง ก็ปล่อยอาจารย์สอนไปเรื่อยๆ แล้วก็หันไปเล่นเกมในมือถือ #ความผิดพลาดที่หนึ่ง ข้อดีคือ เรียนแบบไม่กดดันไม่เปลือง energy

        การ snooze นาฬิกากาปลุก เป็นเรื่องพลาดที่ดูจะไม่ใหญ่แต่ทำให้เวลาในวันนี้รวนพอสมควร พรุ่งนี้เอาใหม่เนาะ #ความผิดพลาดที่สอง ข้อดีคือ recharge energy

        การตื่นมาทำการบ้านที่ส่งส่งตอนบ่ายในช่วงเช้าๆ อาจจะดูสนุกแล้วก็ตื่นเต้นแต่ ลืมได้ไงวะ คราวหน้าต้องดูตารางานดีๆ #ความผิดพลาดที่สาม ข้อดี คือ ตื่นเต้น ท้าทาย

        ตลาดวันนี้น่าสนใจ เริ่มต้นจากราคาค่อยๆซึมในช่วงเช้า แบบ volume แห้ง คือไม่ค่อยมีคนอยากขายเท่าไร อาจจะไม่ต่ำพอ หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่พอภาคบ่ายก็เกิดการดันราคาขึ้นไป ต้องขอยืมมุมมองของ เพจ ณ ตลาดหุ้น ที่ให้มุมมองดีๆ


ถ้าพูดเซเลปอีกคนเจ้าของทฤษฎีผลประโยช์ พิชัย จาวลา ได้เขียนถึงตลาดช่วงนี้ว่า


ซึ่งมีบทความหนึ่งของ  ณ ตลาดหุ้น ที่เขียนไว้ดีตอนนึง ดีมาก






เอาจริงนอกจากเห็นเซียนส่วนใหญ่คาดการทิศทางของเซตส่วนตัวก็คิดว่าเซตน่าจะลงต่ำกว่าแนว 1360 เพื่อหาฐานก่อนแล้วค่อย ขึ้น แต่นั่นคืด ความคิด ซึ่ง ความเป็นจริง อาจจะใช่หรือไม่ใช่ก็ได้ มันไม่สำคัญว่า เราจะเดาถูกว่าตลาดจะไปทางไหน แต่สิ่งสำคัญคือ เมื่อเหตุการณ์นั้นมันเกิดขึ้น ต้องทำอย่างไรกับมัน #อย่าเอาสมองไปกังวลกับเรื่องไร้สาระที่รกๆหัว ฉลาดหน่อยๆ  

ปล. บอกตัวเอง 


เป็นวันที่อัพเกือบทันเที่ยงคืน ..... อีกนิดนึง รอดูอย่างใจเย็นว่าจะวิ่งไปทางไหน ละควรทำอะไรนักในเวลานั้น 

updateไปโขมยมาจากห้องไลน์เห็นว่าดีต่อมุมมองของ Global Macro Economic 




วันจันทร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2558

เมื่อ BAHT/US ทะลุ 36.00

Monday , 7 / 09 / 2015

        ความจริงวันนี้อยากขอโทษตัวเองเรื่องหนึ่งก่อนจะเริ่มเขียน ขอโทษ ที่เมื่อวานไม่ได้บันทึกอะไร ถ้าจะมีข้ออ้างดีๆสักข้อ คือ โทรศัพท์เกิดเสียเลยไม่ได้บันทึกไป นั่งน่าจะเป็นข้ออ้างที่ดีที่สุดเท่าที่จะบอกกับตัวเองได้

        วันนี้ burn พลังงานไปช่วงเย็นพอสมควรเหมือนกัน ทั้งวิ่งทั้งตีแบต แถมก่อนหน้านั้นไปเลือกหนังสือมาจนเหนื่อย รู้สึกหมดเงินไปกับหนังสือเยอะเลย ช่วงนี้เริ่มสะสมวรรณกรรมคลาสิกมากขึ้น แต่ซื้อมา 16 เล่มเนี่ย ก็ดูจะมากไป


        วันนี้อยากจะพูดถึงการเข้าหุ้นบางตัว แต่เปลี่ยนใจรู้สึกว่ารอให้จบเกมส์ก่อนดีกว่าเนาะว่าตอนเข้าคิดยังไง มองยังไง รันยังไง และเลือกทางจบยังไง บอกตอนนี้มันกดดัน แต่ถ้าอยากให้วิเคราะห์ตัวไหนเป็นพิเศษก็คอมเม้นมาได้เลยนะครับ

        วันนี้ในโลกออนไลน์พูดถึงการอ่อนตัวของค่าเงินบาท ที่ทะลุ 36.00 BAHT/US ไปแล้ว ในใจแอบมโนเล็กๆว่าจะเป็นไปได้ไหมถ้าอยากเห็นเด็กๆขึ้นสเตตัสทำนองว่า "เราจะทำยังไงกับภาวะเงินบาทอ่อนตัว" หรือ "ข้อได้เปรียบใสำหรับเงินบาทอ่อน" "อ่อนทะลุโลก เงินบาทไทย"  "ผลิกวิกฤติเป็นโอกาส กับภาวะตลาดอ่อน" อยากเห็นเด็กคุยกันแบบนี้บ้าง เอาปรากฏการณ์ในโลกมา discuss กัน น่าจะมันน่าดูอยากดูความคิดสร้างสรรค์ ดูปัจจุบัน "สงสารพี่โน่" "สงสารลูกหนู" "หน้าก็สวยทำไมหาผู้ชายเองไม่เป็นเหรอ" พระเจ้า บ้านเมืองเราเสพดราม่ากันมากกว่าปกตินะ จริงๆ ขอบ่นต่ออีกหน่อย วันก่อนกลับบ้านที่ตราดไปเห็นการบ้านน้องสาว ถาม
"ปลายทำไรอะไรอ่ะ"
"สรุปพระพุทธ"
"สรุปทำไม"
"การบ้านครูให้สรุป"
"เยอะไหม?"
"เยอะมาก มีต้องเขียนเล่านั่นเล่านี่ บราๆ "  น้องก็บ่นไป  แถมสรุปไปน้อยกว่า กี่หน้าจำไม่ได้ ต้องสรุปมาใหม่ เห่ย คุณครู แบบนั้นเรียกสรุปเหรอ คิดในใจ
ตั้งแต่ฟังมารู้สึกมีการบ้านเข้าท่าอย่างเดียวคือ "ให้นักเรียนไปเขียนว่าใครคือไอดอลพร้อมเหตุผล"
คือ โจทย์ที่ดีน่าจะเสริมทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงการใช้เหตุและผล ไม่ใช่ ให้บังคับจำแล้วมาวัดว่าใครจำได้มากกว่าโดยไปเปิดทักษะทางจินตนาการ .....  แบบเห็นน้องจำว่า ใครทำอะไรที่ไหนอย่างไง ถ้าตัวเองเป็นคนออกโจทย์ อยากจะตั้งคำถามให้เด็กใช้ความคิดมากๆหน่อย ใส่จินตนาการเข้าไปให้สนุกสนาน ปล. ไม่กล้ายกตัวอย่างเลยกลัวโดนเองแต่มีคิดๆไว้บ้างละ อย่าง ข้อดีของกรุงแตก ความได้เปรียบของเรากับพม่า อนาคตของภาษาไทย เหตุการณ์ที่ต้องใช้คณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน เป็นต้น

        ค่าเงินบาทวันที่ 6 เมษายน 2558 = 32 BAHT/US วันนี้ค่าเงินบาทอยู่ที่ 36 BAHT/US  ผ่านมา 5 เดือน ค่าเงินเราอ่อนไป 12.5%  ถือว่าไม่ธรรมดาสำหรับสถานะการณ์แบบนี้ อยากรู็ว่าประธานธนาคารแห่งประเทศไทยจะทำอย่างไรกับส่งครามค่าเงินครั้งนี้รู้สึกว่าเราก็เป็นสนามรบนึงในฝั่ง EM ค่าเงินตอนนี้อ่อนที่สุดในรอบ 6 ปีก็ว่าได้ เราเคยแตะ 36 BAHT/US ตอนจราจลสมัยนายกอภิสิทธิ์ จากนั้นก็ไม่เคยถึงอีกเลยจนกระทั่งปัจจุบัน และยังไม่มีท่าทีอ่อนตัวลงเลย



ถ้าดูตามกราฟ day นะครับเห็นว่ามีการพล็อตราคาเทียบกับค่าเฉลี่ย 26 วันแบบเอ็กโปรเนเชี่ยวและตั้งค่าว่าถ้าค่ามันมากกว่าค่าก่อนหน้า (ค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น) เส้นจะเป็นสีส้ม แต่ถ้าค่า ema 26 น้อยกว่าค่าก่อนหน้าเส้นจะเป็นสีน้ำเงิน มันใช้ดูจุดที่ราคาเริ่มนิ่งแต่ยังไม่ต่ำ บ่งบอกว่า product เริ่มไม่น่าสนใจแล้วก็ได้นะครับ แต่พอดูค่าเงินแล้ว เอิ่ม อ่อนแรงมาก ... น่าจะไม่หยุดง่าย ต้อง 16-17 นี้ว่า FED จะเอายังไงต่อ จับตาดูอย่างใกล้ชิด ส่วนประเด็นอื่นค่อยมาเล่ากันต่อวันหนังขอตัวไปนอนก่อนนะครับ

วันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2558

beginning Analytical Management 2 (Essential)

Saturday , 5 / 09 / 2015

        วันนี้มีโอกาสกลับมาเยี่ยม ป้า ตา ยาย และน้องๆ ที่ต่างจังหวัด คราวนี้รู้สึกว่า ตา ยาย แก่ขึ้นมากเลย เริ่มไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่เราพูดแล้ว ไม่ค่อยได้ยินแล้ว และหลายครั้งๆท่านก็ถามคำถามเดิมเราซ้ำๆ ต้องเข้าใจท่านให้มากขึ้น ต้องใจเย็นกับท่านให้มากขึ้น บางครั้งก็ต้องเรียกน้องมาคุยเวลาที่น้องหงุดหงิดเวลาตอบคำถามท่านซ้ำๆ เราต้องเข้าใจว่าท่านแก่แล้ว อะไรๆที่เคยทำได้ ใช้ได้ก็เริ่มจะเสื่อมไป ผู้สูงอายุบางท่านก็หงุดหงิดเป็นธรรมดา ต้องเข้าใจให้มากๆ ต้องใช้ความพยามในการประคองจิตมากกว่าปกติหน่อย หายใจลึกๆ ต้องเข้าใจเขานะ มันเป็นธรรมชาติของเขา รักเขาให้มาก ทำให้เขารู้ว่าเรารักเขา กอดเขาบ้าง จับเขาบ้าง เวลาเขาแก่เขาจะขี้กลัวกว่าตอนยังหนุ่มยังสาวเยอะนะ ทำให้เขารู้ว่าเรายังรักเขาบ้าง ฟังเขาเยอะๆชวนเขาคุยเรื่องเก่าๆบ้าง ฟังเขาบ่นบ้าง บางทีเขาบ่นก็เพราะเขาเหงาอยากหาเพื่อนคุยเท่านั้นเอง ดังนั้นถ้าช่วงไหนโดนบ่นบ่อยลองสังเกตุนะว่าช่วงนั้นให้เวลาเขาน้อยไปไหม เข้าใจเขาเยอะๆ รักเขาเยอะๆ เพราะเขาแก่แล้ว ไม่มีใคร ก็มีแค่คนในครอบครัวเท่านั้นที่เขาอยากอยู่ด้วย ที่เขารัก ที่เขาห่วง ที่เขาอยากมีความสุด ก่อนที่จะหมดเวลา..
(มันคือสัจธรรมของชีวิต)

        วันก่อนเขียนเรื่องการ management ต่างๆวันนี้เรามาต่อกันดีกว่า เขาบอกว่าคนที่ประสบความสำเร็จทุกคนคือคนที่บริหารเวลาเก่ง แล้วเราจะบริหารเวลาเก่งได้อย่างไร? นั่นคือสิ่งสำคัญ เราทุกคนมีเวลาเท่ากันคือ 24 ชม. คนที่เขาเก่ง อย่างอับราฮัม ลินคอน องค์ดาไลลามะ หรือคนดังๆทั่วโลกเขาก็มีเวลาเท่ากับเราคือ 24 ชม. เจาไม่ได้มีประตูวิเศษที่เข้าไปทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ แล้วเอาออกมาโชว์ให้โลกดู ความจริงคือเราทุกคนมีเวลาในแต่ละวันเท่ากัน แต่เราใช้ได้ไม่เหมือนกัน เราทุกคนรู้ว่าเราต้องพัฒนาตัวเอง เราทุกคนรู้ว่าเราต้องรักษาสุขภาพ เราทุกคนรู้แต่ไม่ทำ หลากหลายคำพูดยอดฮิตของการอ้างการไม่ทำคือบอกว่า "ไม่มีเวลา" มีตลกยอดฮิตอันนึงสำหรับคนทำงาน เขาพูดว่า 
"ทำไมคุณไม่มีเวลา"
"ผมทำงาน"
"ทำไปแล้วได้อะไร"
"เงิน"
"แล้วไหนเงิน"
"...."
ผมเชื่อว่าคนเรามีเวลาอาบน้ำ แปรงฟัน ทานข้าว ถ้าคนเรามีเวลาอาบน้ำแปรงฟันทานข้าวผมว่าเรามีเวลาทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่เสมอ แค่เห็นว่าสิ่งๆนั้นมันสำคัญกับเรา เหมือนกับที่เห็นว่า การอาบน้ำ แปรงฟัน ทานข้าวเป็นสิ่งสำคัญ 

        เราเอาแต่จะจัดเวลา แต่เราจะจัดเวลาให้ดีไม่ได้เลยถ้าเราไม่รู้จักจัดความสำคัญ เราต้องรู้ตัวเองก่อนว่าอะไรคือสิ่งสำคัญในชีวิตแล้วเดี๊ยวเวลามันมาเอง

        สำหรับผมผมแบ่งสิ่งที่สำคัญในชีวิตเป็น 5 ด้าน คือ 
1 การเรียน Ph.D.
2 การนอนและสุขภาพ
3 ครอบครัว
4 การเทรด
5 การพัฒนาตนเอง

ขอพูดถึงการเรียน Ph.D. ก่อน วันนึงผมจะแบ่งเป็น 3-3-3 คือ Coursework 3 hr. , ทบทวน Coursework 3 hr. , Project 3 hr. โดยปกติวันนึงเรียนไม่เกิน 3 ชม. อยู่แล้วมีวันที่ไม่เรียน 3 วัน คือ พฤ. ส. อา. ก็จะแบ่ง เสาร์ อาทิตย์ไว้เดินทาง + ทานข้าวกะครอบครัว นี่คือส่วนแรกใช้เวลา 9 ชม./วัน

การนอนและสุขภาพ โดยใข้เวลานอนวันละ 6-8 ชม. 

ครอบครัว คือ ถ้าปกติจะกินข้าวด้วนกันอาทิตย์ละครั้ง คือ เย็นวันเสาร์ คุยโทรศัพท์ช่วงว่างๆ 10-15 นาที

การเทรด ปกติจะใช้เวลาว่างเล็กๆแอบส่องตลาดอยู่ตลอดแต่การ analyse วันละ 1 ชม. และ อ่านหนังสือ/ฟัง,ดู คลิปเกี่ยวกับการลงทุนอีกวันละ 1 ชม. กับส่วนนี้จะใช้เวลา 2 ชม./วัน

การพัฒนาตัวเอง แบ่งเป็นอ่านหนังสือ (ที่ไม่เกี่ยวกับการเรียน เช่น เศรษศาสตร์ ปรัชญา ประวัติศาสตร์ เรื่องเล่าเรื่องแต่ง(aday เป็นต้น) ศาสนา สุขภาพนิดๆหน่อยๆ 1 ชม. ต่อมาคือส่วนของการออกกำลังกาย 30-40 นาที ตีไป 1 ชม. (บางวันฟิตเนส แต่ส่วนใหญ่เป็นวิ่ง) คนทั่วไปอาจไม่รู้ว่าการออกกำลังการทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆดีขึ้น การวิ่งเบาๆ 30 นาทีขึ้นไปช่วยให้ O2 ไปเลี้ยงสมองได้ดีกว่าเดิม ช่วยให้ประสิทธิภาพของสมองเพิ่มขึ้น (ความจริงว่ายน้ำดีสุด แต่ว่ายไม่เป็นไง) แถมการฝึกออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องช่วยให้นิสัยด้านประสบความสำเร็จสูงขึ้นด้วย ส่วนสุดท้าย คือ การนั่งสมาธิ อีก 1 ชม. ส่วนนี่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำกิจกรรมต่างๆ มากจริงๆ อาทิตย์เดียวรู้เรื่องเลย (แบบถูกต้องนะ) อยากยิ่งใหญ่ต้องพัฒนาจากข้างใน (ไม่เชื่อไปดูการ์ตูนญี่ปุ่นหลายๆเรื่องไป เช่น การฝึกฮาคิของลูฟี่ การฝึกหน้ากากของบลีช) รวมส่วนนี้ใช้เวลา 3 ชม./วัน

ต่อมาคือส่วนอื่นๆ ไร้สาระ กินข้าว เป็นต้น เวลาซ่อนเล้นก็มาจากส่วนนี้นี่เอง...


อันนี้ตัวอย่าง chart สัดส่วนการแบ่งเวลาของสิ่งสำคัญในชีวิตประจำวันครับ

อย่าลืมนะครับ จัดความสำคัญก่อนค่อยจัดเวลา





วันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2558

Discuss IFEC

Friday , 4 / 09 / 2015

        วันนี้ตลาดเปิดไพ่อีกใบให้เห็นว่า "เมื่อวานที่อั๊วบอกลื้อว่าจะขึ้นอะ อั๊วล้อเล่นนะ มันยังไม่ถึงเวลา"
เห็นได้ชัดเจนจากการที่ดัชนีตก sma 20  ถือว่าชัดเจนดีต่อไปต้องมาดูว่า Mr.ตลาดจะพาเราลงไปถึงตรงไหน ถ้าไม่หลุด 1355 ถือว่าสวยมีช่องให้เล่นได้อีกเยอะ


วันนี้ในห้องไลน์มีคนถามถึงแนวโน้ม IFEC ว่าเป็นยังไงบ้างเลยวิเคราะห์ภาพคร่าวๆให้ฟังรวมถึงออกแบบกลยุทธ์ย่อๆ


อันดับแรก ก่อนออกทะเลต้องดูลมฉันใด ในการจะเข้าหุ้นเราต้องดูเมเจอร์เทรนก่อนฉันนั้น จากภาพบนเราเห็นว่าก่อนหน้านั้น IFEC เป็น trend ขาลงมาตลอดแต่เราเริ่มเห็นอะไรที่เปลี่ยนแปลงจากเทรนขาลง


คือ มีการยก low ขึ้น ตลาดทำ new low แต่ IFEC ไม่ทำ new low และยังยก low ขึ้น ถือว่าเกิดการ Divergence ของราคา (ไม่เกี่ยวกับ Indicator divergence นะครับ) คือ ยังคอนเฟริมว่าเป็นขาขึ้นไม่ได้ แต่ทิศทางของราคาก็ขัดกับขาลงก่อนหน้า จากภาพที่เห็น ผม bias ขาขึ้นนะครับ มันยังไม่ชัีดมาก ลางๆ แต่นั่นแหละคือข้อได้เปรียบของเรากับตลาด การตัดสินในจังหวะที่มันชัดมากส่วนใหญ่ราคามันไปไกลแล้ว เหลือให้กินน้อย ต้องเลือนรางนิดแบบคนกำลังไม่แน่ใจมันถึงเป็นการตัดสินใจที่น่าสนใจดี

ต่อมาผมเริ่มวางกลยุทธ์ในการเทรด ถ้าผมมีเงินซึ่งสามารถแบ่งได้หลายก้อนนะจะกระจายไปในกลยุทธ์ที่แตกต่างกัน คือ 1 การวาง Zone trade
2 คือการ Run trend trade

โดยการวาง Zone เนี่ยเราจะหาง Zone ที่เราต้องการจะเล่นก่อน


จากภาพผมกำหนดแผนในการลบ ซื้อถูก ขายแพง นอกโซนไม่เล่น คือถ้าหุ้นหลุดออกกรอบนี้ ขายทิ้งทันที ไม่ว่าจะเป็น order buy หริอ sell  ไม่ว่าหลุดฝั่งไหนก็ตาม ลงมาก็ซื้อ ขึ้นก็ขายในกรอบ นี่คือกลยุทธ์แรก

ต่อมา กลยุทธ์หลัก Run trend ผมแบ่งเป็น 2 กลยุทธ์ย่อย คือ 1 ทัพเล็กสะสมเพื่อหยั่งเชิง
2 ใช้ทัพใหญ๋เข้าตี


การใช้ทัพเล็กสะสมเพื่อหยั่งเชิง คือ การสะสมหุ้นบริเวณเหนือแนว SMA 20 (ของผมชอบเส้นเพราะผมจะเอา BB ไว้ run เพื่อขายใครไม่ถนัดไม่ต้องทำตามนะครับ ใช้อะไรก็ได้) สัดส่วนตามใจแต่ไม่ควรเกิน 50% เพราะสัญญาณยังไม่ชัด เราสะสมเพื่อเชคของเฉยๆ หยั่งกำลังก่อน ของผมใช้ประมาณ 20-35% ของเงินที่จะเข้า โดยทัพเล็กเนี่ยผมจะถอยเมื่อตกเส้นนะครับ และ ขายเมื่อชน BB top ในกรณีที่ไม่เบรค high นะ ถ้าเบรคก็ ไม่ต้องขาย follow ตามทัพใหญ่ได้เลย


การเอาทัพใหญ่เข้าตี หมายถึงเงิน 60-70% มันต้องอยู่ในจุดยุทธศาสตร์หรือจุดที่ได้เปรียบสุดในการรบแล้วนั่น คือ break high นั่นคือดีดมา 1 ช่อง ซื้อเลย ถ้า ราคาชน BB top ไม่ต้องกลัวเดี๊ยว BB top เขาตามมาเองไม่ต้องห่วง ในกรณีที่เขาซื้อโดยทัพใหญ่ ถ้าบังเอิญเอาทัพเล็๋กออกไปก็เอากลับเข้ามาซื้อได้ ปกติก็จะยอมขายเมื่อราคาตกเส้น sma 20 lrend line แล้วแต่ว่าช่วงนั้นใช้อะไรเข้าด้วย

การออกตามศรัทธานะครับ วันนี้มาพูดถึงกลยุทธ์ในการเข้า ออกใช้ EMA , MA , SMA , Fibonacci projection , ATR , Parabolic  ตามใจชอบเลยครับ

แต่อย่าลืมว่าเงินระหว่างกลยุทธ์แรก กับกลยุทธ์สอง แยกกันนะ อาจจะ 50:50 , 30:70 ก็ได้ แต่ที่บอกว่าแบ่งคือเงินในกลยุทธ์สองแต่คนละแผนมันโยกกันได้ ต้องแบ่งดีๆ ราตรีสวัสดิ์

วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2558

จัดห้องใหม่

Thursday , 3 / 09 / 2015

        วันนี้เกือบดีแล้วแต่ขาดวินัยไปหน่อย ขอโทษทีครับไว้พรุ่งนี้จะมาทำตามที่สัญญาไว้นะ วันนี้ไม่ไหวแล้ว ง่วงๆ พรุ่งนี้มีไรต้องทำเยอะเลย การจัดห้องกินเวลาพอสมควรเลยนะเนี่ย

        ตลาดวันนี้ไม่มีอะไรให้ตื่นเต้น แต่ที่น่าสนใจคือ วันนี้ตลาดเป็นวันแรกที่กลับมายืนเหนือเส้น sma 20 ได้ ไม่น่าเชื่อ ผิดคาด ดูพรุ่งนี้ก่อนดีกว่า ตอนนี้ติด flow 3 ตัว


วันพุธที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2558

beginning Analytical Management 1 ( Timeline)

Wednesday , 2 / 09 / 2015

        วันนี้ถือว่าบริหารเวลาและ energy ได้ดีพอสมควรขอพูดเรื่องรากฐาน 3 อย่างในการจัดการชีวิตก่อน
อย่างแรก คือ การจัดลำดับความสำคัญ
ต่อมา คือ การจัดการเวลา
สุดท้าย คือ การจัดการพลังงาน

        ทั้งสามอย่างต้องถูกบริหารไปพร้อมๆกันเพื่อให้เราใช้ทรัพยากรภายในหนึ่งวันให้เกิดประโยชน์สูงสุด วันนี้มีเรื่องที่ต้องสารภาพบาปหนึ่งเรื่อง ตอนนี้กำลังทำสิ่งสุดท้ายของวันนี้ คือ การเขียนสรุปสิ่งต่างๆภายในวัน รวมถึงสิ่งที่อยากจะบอกเล่า แต่เมื่อคืนวางแผนว่าวันนี้จะอ่านหนึงสือ ที่อ่านค้างมาตั้งแต่เมื่อวานอีก 10 บท แต่ไม่ได้อ่านเพราะเอาเวลาไปนอน ขอโทษนะ (ขอโทษตัวเอง) ไม่เป็นไรพรุ่งนี้เอาใหม่นะคนเก่ง (ให้อภัย+กำลังใจตัวเอง)

        ช่วงนี้สิ่งที่ต้องทำแบ่งเป็น 2 พาทใหญ่ แต่แทรก ออกกำลังกาย กับนั่งสมาธิในสองพาทย่อยๆ ในช่วงเวลาเล็กๆน้อยๆต่างๆ โดย ช่วงกลางวันตั้งแต่ตื่น จะเน้นงานที่เกี่ยวกับ ป.เอก ล้วนๆ (ตอนนี้ปรับเวลาตื่นอยู่เลยไม่อยากบอกเวลาแน่นอน) ถ้าตื่นก่อน 7 โมง จะออกกำลังกายก่อน จากนั้นอาบน้ำทานข้าวหารายการสาระดีๆเข้าสมอง เช่น เมื่อเช้านั่งฟังอาจารย์เฉลิมชัยพูดเรื่องศิลปะ เป็นต้น จากนั้นก็จะเริ่มงานตามตารางที่วางแผนไว้ บางวันก็จะมีเรียนก็ต้องเพื่อเวลาเดินทางไปเรียนด้วย จากนั้นช่วงเย็นก็จะออกมาวิ่ง , นั่งสมาธิ (ถ้าวิ่งตอนเช้าตอนเย็นจะเอาไปทำอย่างอื่นแทน) จากนั้นหลังกลับห้องไปจะไม่จับต้องงานของ ป.เอก เลย ก็มีสิ่งที่ต้องทำทุกวันคือ หาข่าวภาษาอังกฤษอ่านก่อน 1 ข่าว ถ้าเสณ็จเร็จจะให้ของขวัญตัวเองด้วยการเล่นเกมเบาๆไม่เกิน 1 ชม. จากนั้นจะอ่านหนังสือที่ซื้อมาเก็บไว้แล้วสรุป จากนั้นอาจจะนั่งสมาธิ เขียน blog แล้วก็นอน ตอนนี้พยามจะนอนก่อน 5 ทุ่ม พรุ่งนี้เอาใหม่ วางแผนดีๆ เดี๊ยวพรุ่งนนี้มาสรุปต่อนะครับ วันนี้เหมือนเปิดประเด็นไปก่อน (แค่น้ำจิ้ม) พรุ่งนี้ จะไล่อธิบาย 2 ขาเลย Priority , Timeline ส่วน Energy ต้องเก็บไว้ก่อนเพราะกำลังทดลองอยู่พรุ่งนี้เจอกันครับ ... GN

วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2558

Mom's Birth Day

Tuesday , 1 / 09 / 2015

        วันเกิดแม่ทุกๆปี เป็นวันที่สำคัญกับเราเสมอ ถึงรู้ว่ามันเป็นวันที่แม่เกิด และตอนนั้นยังไม่มีเรา แต่ความคิดเล็กๆ อาจจะเรียกมันว่าความคิดถึงก็ได้มักจะค่อยๆลอยออกจากส่วนที่ลึกๆในใจ แล้วภาพเก่าๆที่เราเคยเล่นด้วยกัน คุยกัน หัวเราะด้วยกัน หรือทะเลาะกันก็มักจะลอยตามๆกัน เลยชอบเปลี่ยนจะวันเกิดแม่เป็นวันระลึกถึงแม่แล้วกันเนาะ
        แม่ผมเป็นคนธรรมดา แม่ไม่ค่อยสอนอะไรลูกมาก แต่ชอบให้ลงมือทำเอง ซักถุงเท้ารองเท้าเสื้อผ้า... หัดเติมน้ำมันตั้งแต่ 10 ขวบ ก็เพราะแม่นี่แหละ ตอนนั้นเราไม่ชอบเลย แต่พอโตมา เข้าใจโลกมากขึ้นเข้าใจชีวิตดีขึ้นก็รู้ว่าเป็นประโยชน์ทั้งนั้น ทั้งๆที่แม่ทำเอง/ทำให้ เร็วกว่าเป็น 100 เท่า แต่ต้องมานั้งเสียเวลาบ่นนั่นบ่นนี่ เพียงเพราะต้องการให้เราโตไปเป็นคนที่มีความรับผิดชอบเป็นคนใช้ชีวิตเป็น ขอบคุณครับ
        แม่เป็นคนขี้น้อยใจมาก มีครั้งหนึ่งนั่งรถจากบ้านกลับไปหอแล้วไม่ได้โทรบอกตอนถึงแล้ว แม่งอลไม่รับโทรศัพท์เป็นอาทิตย์ ล่าสุดกลับมาจากญี่ปุ่นกลับคอนโดก่อนไม่กลับบ้านโดนงอลจ้า อีกวันต้องรีบกลับไปง้อเลย รู้แล้วนะครับว่ารักมาก น้อยลงนิดนึงก็ได้เนาะ
        แม่เป็นผู้หญิงที่อดทนมากในสายตาเรา แม่เคยไม่นอนสองคืนเพื่อไปช่วยงานน้องที่ร้าน แม่บอกว่า เราเป็นหัวหน้า เราต้องเป็นตัวอย่างน้องเห็นมันจะได้มีกำลังใจ แม่เป็นคนที่ขี้บ่นมากบางเวลาบางทีทำผิดเล็กๆน้อยโดนบ่นซะเป็นเรื่องใหญ่แต่พอทำผิดปกติกลับไม่โดน บางทีก็หงุดหงิดใส่แม่บ่อยๆ ขอโทษนะครับ แม่เป็นคนที่ไม่ชอบพูดโกหก บางทีมีลูกน้องมาให้ช่วยโกหกให้หน่อยแม่ก็บอกว่าไม่ได้ เจ๊พูดไม่เป็น เป็นนตัวอย่างที่ดีให้ลูกมาก แม่เป็นคนชอบกิน ชวนไปกินอะไรอร่อยๆแม่ไปหมดเลย รู้สึกโชคดีมากที่แม่เป็นแบบนี้ แม่เป็นนักพูดที่หาตัวจับได้ยากไม่รู้ว่าแม่เรียนวิธีการเล่าเรื่องมาจากไหนมีเสียงสูงเสียงต่ำได้อย่างสอดคล้องเล่าประติดประต่อที่มาได้อย่างไร้ที่ติ แม่ไม่เคยเล่าเรื่องโดดทุกเรื่องมันมีที่มาที่ไปทำให้เรื่องที่เล่ามันสนุกมีคุณค่า ต้นแบบของการพูดก็มาจากแม่นี่แหละ เมื่อก่อนแม่เป็นคนทำกับข้าวไม่ค่อยเก่ง แต่แม่ก็พยามหัดทำจนวันนี้แม่ทำได้อร่อยมาก และอีกมากมายที่ไม่ได้พูดถึง ขอโทษที่เป็นเด็กดื้อให้แม่มาตลอดนะครับ
        เราอยู่ด้วยกันตลอด คุยกันเกือบทุกวัน มันทำให้เราสนิทกันบ้าง เวลาจะบอกรักที มันเขิล เขิลมากเลย ไม่รู้ทำไม อาจเป็นเพราะเราสนิทกันมากมั้ง แม่พยามที่จะเป็นแม่ยุคใหม่ พยามจะเป็นเพื่อ เป็นที่ปรึกษา เป็นผู้อุปถัมภ์ค้ำชู ขอบคุณนะครับ จ๊อบโชคดีมากเลยที่ได้เกิดมาเป็นลูกแม่ แม้แม่จะไม่ค่อยได้ให้สิ่งของอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเหมือนแม่คนอื่นเขา (เล่นหุ้นก็ไม่ออกเงินให้,รถก็ไม่ให้,แต่ซื้อคอนโดให้ห้องหนึ่งแหนะ) แต่แม่ให้สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นมาก แม่ให้ความรู้ ให้ประสบการณ์ให้ ทักษะในการแก้ปัญหา เวลาได้คะแนนดีแล้วไปบอกแม่ เช่น แม่ได้ 49/50 แม่จะสวนมาเสมอว่าอีก 1 คะแนนไปไหน บอกเลยว่าเสียใจทุกครั้งที่ได้ยินแบบนี้แต่ตอนหลังเริ่มเข้าใจ เพราะหลังจากเสียใจเราจะนึกถึงปัญหาด้วยจิตที่ว่างๆ มันจะเกิดคำถามว่า แล้วไอ้ 1คะแนนไปไหน จากนั้นก็จะหาทางให้ตัวเองเก่งขึ้นไปอีก ขอบคุณครับที่คอยเตือนสติตลอด อีกสิ่งหนึ่งที่แม่ให้มาตลอดคือความรัก แม่จะคอยทำให้เห็นเสมอ เวลาต ยาย มีปัญหาอะไร แม่จะรีบกลับตราด (บ้านตา ยาย) ทันที ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นแม่ช่วยไม่ได้สักรอบ ปัญหามันต้องมีทางออก และกตัญญูเข้าไว้ แม่ไม่สอนแต่ทำให้ดูเสมอ แม่เป็นครูที่เก่งมากๆในสายตาของคนที่อยากเป็นครูแบบเรา เพราะแม่สอนโดยแทบจะไม่พูดสักคำ
        สุดท้ายอยากบอกว่า จ๊อบรักแม่นะ วันนี้โทรไปอวยพรให้แม่แม่พูดมาประโยคนึงว่า "ความสุขของแม่ก็อยู่ที่ลูฏๆนี่แหละ" ฟังแล้วค่อยๆคิดว่า ต้องทำตรงไหนแม่ถึงจะมีความสุขนะ ตอนนี้มีหลากหลายคำตอบมาก .... ค่อยๆทำทีละข้อแล้วกันเนอะ


        ตลาดวันนี้ลงมา 20 จุดแต่ไม่หลุด 1360 ต้องดูพรุ่งนี้ แต่ความคิดเห็นของผมส่วนตัวคิดว่าน่าจะหลุด แต่ไม่ลึก ลองดูจุดกลับตัวไปพรางๆ Focus ในเกมส์ที่เล่นเนอะ

ดูจากกราฟใน tf day ของ set เห็นว่าดัชนีไป test เส้นค่าเฉลี่ย 20 วัน แต่ไม่ผ่าน เลยลงมาในกรอบอีกครั้ง ต้องจับตาหาจุดกลับตัวดีๆว่าหมู่รึจ่า ยังไง พิจารณาหุ้นรายตัวกันไปแล้วกันครับ ความหวังยังมีเสมอ ขอยกตัวอย่างหุ้นหนึ่งตัวที่ถือไว้ดีกว่า

ถามว่าตลาดลง มันลงไหม ตลาดขึ้นมันขึ้นด้วย เราจะลงใน product ต้องเข้าใจแก่นแท้ของการวิ่งของราคาเพื่อมองภาพรวม และเข้าใจพฤติกรรมเฉพาะเพื่อหาจังหวะและกลยุทธ์ในการลงทุนนะครับ ถามว่ากลยุทธ์ง่ายๆของหุ้นตัวนี้คืออะไร ... ในภาพคือ เส้นค่าเฉลี่ย 20 วันธรรมดา ตกเส้นก็ขาย สุดท้ายหลักการหรือวิถีในการทำกำไรมันต้องง่ายและ make sense ฝันดีต่อไปจะวิเคราะห์หุ้นให้มากขึ้นนะครับ ราตรีสวัสดิ์