วันเสาร์ที่ 31 ต.ค. 2558
หมดเวลาไปทั้งวันกับการอ่าน advance math อ่านไปได้ 73 หน้า ง่วงละงงมาก
วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2558
วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2558
ซ้อมย่อยที่คณะ
วันศุกร์ที่ 30 ต.ค. 2558
วันซ้อมรับปริญญาเป็นการซ้อยย่อยๆที่คณะ มันทำให้รู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน ความรู้สึกเก่าๆบางอย่างเหมือนย้อนเวลามาเจอบรรยากาศเก่าๆ คิดถึงชะมัด
ตลาดวันนี้รีบาวอย่างไม่มีนัยสำคัญ มุมมองยังคงลงต่อแต่ไม่ลึก หาจุดรีบาว
ตัวที่น่าสนใจมี EA ที่ทำรูปแบบ spinning up ต้องดูแท่งอื่นประกอบด้วย RSI ก็โอเคนะไม่ได้ลงรุนแรงเรียกอีกอย่างว่า ลงกำลังดี
ROJNA เป็นอีกตัวที่จับตาดูมหลายวันท่าทางน่าสนใจน่าจะมีพฤติกรรมที่น่าสนใจแต่ยังไม่ค่อยมั่นใจกับสิ่งที่กราฟแสดงออกมา
EPG ตัวนี้น่าสนใจในรูปแบบ V shape pattern เข้า ato วันนี้พอดี โชคดี
วันซ้อมรับปริญญาเป็นการซ้อยย่อยๆที่คณะ มันทำให้รู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน ความรู้สึกเก่าๆบางอย่างเหมือนย้อนเวลามาเจอบรรยากาศเก่าๆ คิดถึงชะมัด
ตลาดวันนี้รีบาวอย่างไม่มีนัยสำคัญ มุมมองยังคงลงต่อแต่ไม่ลึก หาจุดรีบาว
ตัวที่น่าสนใจมี EA ที่ทำรูปแบบ spinning up ต้องดูแท่งอื่นประกอบด้วย RSI ก็โอเคนะไม่ได้ลงรุนแรงเรียกอีกอย่างว่า ลงกำลังดี
ROJNA เป็นอีกตัวที่จับตาดูมหลายวันท่าทางน่าสนใจน่าจะมีพฤติกรรมที่น่าสนใจแต่ยังไม่ค่อยมั่นใจกับสิ่งที่กราฟแสดงออกมา
EPG ตัวนี้น่าสนใจในรูปแบบ V shape pattern เข้า ato วันนี้พอดี โชคดี
วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2558
-19.22
วันพฤหัสบดี 29 ต.ค. 2558
ส่ง คปก. เรียบร้อยแล้ว โล่งไปอีกเรื่อง ...
ตลาดวันนี้โหดมากตอนแรกนึกว่าจะเอาแค่ 10 เอาซะ 20 cut BRR กับ VIBHA ทิ้งเรียบร้อยแต่ยังเหลือตัวที่พึ่งเข้าไปlะสมวันนี้มาอีกตัว
ส่ง คปก. เรียบร้อยแล้ว โล่งไปอีกเรื่อง ...
ตลาดวันนี้โหดมากตอนแรกนึกว่าจะเอาแค่ 10 เอาซะ 20 cut BRR กับ VIBHA ทิ้งเรียบร้อยแต่ยังเหลือตัวที่พึ่งเข้าไปlะสมวันนี้มาอีกตัว
วันพุธที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2558
Present Porous
วันพุธที่ 28 ต.ค. 2558
รู้สึกว่าช่วงนี้ชีวิตดีมาก... ไม่รู้ทำไมมีช่วงเวลาทำงาน เบรค แล้วก็ทำโปรคเจคต่อไป รู้สึกว่ามันท้าทาย มันมีค่า มันดีอ่ะ
ช่วงเย็นของวันจันทร์และพุธมีกิจกรรมประจำของรุ่นพี่ที่เรียนมาก่อน คือการไปตีแบด พักหลังมีการเพิ่มการไปตีดอทอีกอย่าง ตอนแรกมันมีความสุขมากนะตอนที่ชนะแต่มาหลังการแพ้มั่งชนะมั่ง แม่งมีความสุขกว่าไม่รู้เป็นเพราะอะไรเหมือนกัน มันสูสี มันท้าทาย มีความสุขอย่างบอกไม่ถูกยังไงไม่รู้...
เข้าใจเลยว่า ชีวิตที่ดีเป็นยังไง
ตลาดวันนี้ออกแนวโหดแต่ก็ยังอยู่ในกรอบไซด์เวย์ zone เดิม ไม่ได้น่ากลัวอะไร ตอนนี้
เล่าการขาย THANI แป๊บ
โชคดีมากเลย
รู้สึกว่าช่วงนี้ชีวิตดีมาก... ไม่รู้ทำไมมีช่วงเวลาทำงาน เบรค แล้วก็ทำโปรคเจคต่อไป รู้สึกว่ามันท้าทาย มันมีค่า มันดีอ่ะ
ช่วงเย็นของวันจันทร์และพุธมีกิจกรรมประจำของรุ่นพี่ที่เรียนมาก่อน คือการไปตีแบด พักหลังมีการเพิ่มการไปตีดอทอีกอย่าง ตอนแรกมันมีความสุขมากนะตอนที่ชนะแต่มาหลังการแพ้มั่งชนะมั่ง แม่งมีความสุขกว่าไม่รู้เป็นเพราะอะไรเหมือนกัน มันสูสี มันท้าทาย มีความสุขอย่างบอกไม่ถูกยังไงไม่รู้...
เข้าใจเลยว่า ชีวิตที่ดีเป็นยังไง
ตลาดวันนี้ออกแนวโหดแต่ก็ยังอยู่ในกรอบไซด์เวย์ zone เดิม ไม่ได้น่ากลัวอะไร ตอนนี้
เล่าการขาย THANI แป๊บ
โชคดีมากเลย
วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2558
เตรียม present porous
วันอังคารที่ 27 ต.ค. 2558
วันนี้ขายหุ้นไปตัวหนึ่งและเก็บเพิ่มไปตัวหนึ่ง แต่ว่าไม่มีเวลามาทำการบ้าช่วงกลางคืนเลย เตรียมพรีเซนต์พรุ่งนี้แม้จะเป็นการซ้อมแต่ก็ต้องทำให้ดีที่สุด จะได้ไม่เสียใจ.... 3:47
วันนี้ขายหุ้นไปตัวหนึ่งและเก็บเพิ่มไปตัวหนึ่ง แต่ว่าไม่มีเวลามาทำการบ้าช่วงกลางคืนเลย เตรียมพรีเซนต์พรุ่งนี้แม้จะเป็นการซ้อมแต่ก็ต้องทำให้ดีที่สุด จะได้ไม่เสียใจ.... 3:47
วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2558
trading in the zone chapter 1
จันทร์ที่ 26 ต.ค. 2558
วันนี้คะแนนออกตอนแรกได้ 34/50 ดีนะที่อาจารย์ให้ข้อสอบคืนเลยรู้ว่าข้อ 1 อาจารย์ลืมดูไปตอนหนึ่ง (เขียนไม่ดีเอง) เลยได้เพิ่มมา 3 คะแนน เป็น 37/50 ถือว่าพอใจ สูงกว่าที่คิดนิดหน่อย ถ้าไปป่วยน่าได้ถึง 40 ไม่น่าพลาดอะไรโง่ๆ ที่น่าสนใจคือ เพื่อนที่เรียนด้วยกันได้ 24 กับ 26 ส่วนรุ่นพี่ได้ 45 โหดมาก จะตามทันไหม ข้อดีของการผ่านอะไรมาหลายๆอย่างมันทำให้เราวางเรื่องที่โดนปะทะได้เร็ว เจอกันไฟนอลที่พร้อมกว่านี้
วันนี้หงุดหงิดเรื่อง คปก. นิดหน่อย ตั้งชื่อ thesis ไม่ถามคนอื่นเลย
วันนี้มีโอกาส (โดนใช้) ให้ช่วยลงโปรแกรมให้น้อง เลยมีโอกาสได้คุยมันมีคำถามๆหนึ่งที่น้องถามแล้วมันสะเทือนใจ จนต้องเข้าไปเขียนที่ storylog เข้าไปอ่านได้..
เข้าเรื่องดีกว่า trading in the zone chapter 1
ก่อนเล่าอะไรขอบอกอะไรไว้อย่างหนึ่งว่า ผู้เขียน เขียนขึ้นมาเราเรียกว่าความรู้มือหนึ่ง หรือความรู้ต้นน้ำ คนอ่านคือความรู้มือสอง เป็นความรู้กลางน้ำ ส่วนการอ่านถัดจากคนอ่านอีกทีเป็นความรู้ปลายน้ำแล้ว ดังนั้นความแน่นของความรู้และประโยชน์ดีๆก็อาจจะซึมหายไปได้หลายส่วน ...
เมื่อก่อนนักลงทุนใช้เพียงการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานวิเคราะห์เพื่อลงทุน กลุ่มคนที่ใช้ปัจจัยทางเทคนิคถูกหาว่าเป็นพวกบ้าบอ ซึ่งปัจจัยพื้นฐานคือการดูปัจจัยของตัวแปรต่างๆที่พยามจะส่งผลถึงอุปสงค์และอุปทานของสินค้าตัวนั้นโดยไม่ได้คำนึงถึงตัวนักลงทุนคืนอื่นๆ ซึ่งปัจจัยทางเทคนิคเราสร้างขึ้มมาเพื่อดูตรงนั้น ดูว่านักลงทุนคนอื่นๆคิดอย่างไรกับตลาดตอนนั้น การใช้ปัจจัยทางเทคนิคสามารถใช้งานได้รวมเร็วและง่ายกว่าเพื่อหาจังหวะต่างๆ จนในปัจจุบันเราปฏิเสธไม่ได้ว่าเราแทบทุกคนใช้ปัจจัยทางเทคนิคไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง แทบจะไม่มีเทรดเดอร์คนไหนใช้ปัจจัยพื้นฐานเพียงอย่างเดียวแล้วอาจจะมีก็น้อยจริงๆ สุดท้ายการวิเคราะห์วิเคราะห์ทางเทคนิคถูกสร้างขึ้นมาเพื่อลดปัญหาข้อสำคัญของการวิเคราะห์ทางพื้นฐาน คือ ช่องว่างของความเป็นจริงและสิ่งที่เป็น แต่ปัจจัยทางเทคนนิคก็มีข้อเสีย คือ ช่องว่างทางจิตวิทยา มันคือความแตกต่างระพหว่างการคาดเดาว่าจะเกิดอะไรกับตลาดกับเข้าไปเทรดจริง ทำไมบางครั้งเราไม่กล้า สิ่งนี้ คือ ช่องว่างทางจิตวิทยา ส่งผลให้การเทรดเป็นงานที่ยากที่สุดงานหนึ่งของโลก ในเมื่อยากจึงต้องมีคนเข้ามาเป็นผู้เชี่ยญชาญ
หนึังสือเล่มนี้ถามคำถามง่ายๆแค่ "เราสามารถเชี่ยวชาญในการเทรดได้จริงเหรอไม่" "สามารถเทรดด้วยความเรียบง่ายเหมือนกับตอนเฝ้ามองตลาดและคิดถึงความสำเร็จไหม" หนังสือ เฉลยว่า ได้ อย่างไม่มีข้อสงสัย ดังนั้นในหนังสือแบ่งเทรดเดอร์เป็น 2 กลุ่มหลักๆ คือ 1 เทรดเดอร์ทั่วไป 2 เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ ข้อแตกต่างสำหรับสองกลุ่มนี้ คือ กลุ่มที่สองคิดต่างจากเทรดเดอร์ทั่วไปเท่านั้น จากนั้นก็บอกทำนองว่าถัดจากยุคการวิเคราห์ทางเทคนิคก็คงเป็นยุคของการวิเคราะห์สภาพจิตใจ
นอกจากการกลัวตายและการพูดในที่ชุมชน การเสียเงินและการรู้ว่าตัวเองผิด คงเป็นความกลัวอันดับต้นๆที่คนทั่วไปกลัว แต่เทรดเดอร์ต้องเจอมันทุกวัน และเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเสร็จก็จะสลัดอารมณ์ได้ไว เรียกได้ว่า การบรรลุถึงภาวะจิตใจของผู้ชนะ
เรารู้ว่าการเทรดแต่ละครั้งเราต้องเสี่ยงดังนั้นเราถูกดึงเข้าไปในระบบที่มีความเสี่ยงเสมอ การคาดเดาหรือคาดการณ์ผลลัพธ์ก็สำหรับคนทั่วไป อาจจะเป็นสิ่งที่เขาหวังแต่เทรดเดอร์ที่ประสบความเร็จเราจะไม่ได้โฟกัสที่ตรงนั้น เพราะเราเข้าใจว่าตลาดจริงๆมัน Random walk ดังนั้นเข้าจะมั่นใจทุกๆครั้งที่เข้าเทรดเพราะรู้ว่ามันผิดพลาดได้ (เพราะรู้ว่าผิดได้จึงไม่กลัวผิด)
สุดท้ายบทแรกคือการอารัมภบทเกี่ยวกับความสำคัญของทัศนคติต่อการเทรด การปรับทัศนคติของเราเล็กน้อยๆเกี่ยวกับการเทรด แล้วก็บอกว่าจุดประสงค์ของหนังสือเล่มนี้คือการช่วยในคนอ่านเปลี่ยนมุมมอง (ทัศนคติ) ต่อการเทรดให้ดีขึ้น
จบ
ชอบความคิดฝรั่งอย่างหนึ่ง คือ เขาพยามจะเข้าใจว่าเขาคิดอย่างไรถึงจะประสบความสำเร็จ ส่วนเอเชียคือดูว่าเขาทำไรถึงประสบความเร็จ
แกะความคิดเพื่อเข้าใจสิ่งที่เขาทำฉลาดมาก การทำตามสิ่งที่เขาทำยังไงก็ไม่เหมือนเพราะไม่เข้าใจ แต่ถ้าโชคดีบังเอิญเข้าใจก็สำเร็จได้
ปล. ส่วนใหญ่ที่เจอมานะ
ตลาดวันนี้เปิดดี แต่ยังถือว่าไม่เปลี่ยน zone นะ
PIMO ที่ถือวาเริ่มขึ้นมาเยอะละต้องหาจังหวะขาย .... เลย 2 บาท ต้อง ระวัง
DCC , EA , BRR , MBAX น่าสนใจ
THANI ยังไม่ไปไหน แต่ก็ยังไม่เสียทรง
ตัว true alpha คือ Pttep ทำตัวน่าสนใจมากขึ้นทุกวัน เข้าเงื่อนไขหมดเลยนะ
วันนี้คะแนนออกตอนแรกได้ 34/50 ดีนะที่อาจารย์ให้ข้อสอบคืนเลยรู้ว่าข้อ 1 อาจารย์ลืมดูไปตอนหนึ่ง (เขียนไม่ดีเอง) เลยได้เพิ่มมา 3 คะแนน เป็น 37/50 ถือว่าพอใจ สูงกว่าที่คิดนิดหน่อย ถ้าไปป่วยน่าได้ถึง 40 ไม่น่าพลาดอะไรโง่ๆ ที่น่าสนใจคือ เพื่อนที่เรียนด้วยกันได้ 24 กับ 26 ส่วนรุ่นพี่ได้ 45 โหดมาก จะตามทันไหม ข้อดีของการผ่านอะไรมาหลายๆอย่างมันทำให้เราวางเรื่องที่โดนปะทะได้เร็ว เจอกันไฟนอลที่พร้อมกว่านี้
วันนี้หงุดหงิดเรื่อง คปก. นิดหน่อย ตั้งชื่อ thesis ไม่ถามคนอื่นเลย
วันนี้มีโอกาส (โดนใช้) ให้ช่วยลงโปรแกรมให้น้อง เลยมีโอกาสได้คุยมันมีคำถามๆหนึ่งที่น้องถามแล้วมันสะเทือนใจ จนต้องเข้าไปเขียนที่ storylog เข้าไปอ่านได้..
เข้าเรื่องดีกว่า trading in the zone chapter 1
ก่อนเล่าอะไรขอบอกอะไรไว้อย่างหนึ่งว่า ผู้เขียน เขียนขึ้นมาเราเรียกว่าความรู้มือหนึ่ง หรือความรู้ต้นน้ำ คนอ่านคือความรู้มือสอง เป็นความรู้กลางน้ำ ส่วนการอ่านถัดจากคนอ่านอีกทีเป็นความรู้ปลายน้ำแล้ว ดังนั้นความแน่นของความรู้และประโยชน์ดีๆก็อาจจะซึมหายไปได้หลายส่วน ...
เมื่อก่อนนักลงทุนใช้เพียงการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานวิเคราะห์เพื่อลงทุน กลุ่มคนที่ใช้ปัจจัยทางเทคนิคถูกหาว่าเป็นพวกบ้าบอ ซึ่งปัจจัยพื้นฐานคือการดูปัจจัยของตัวแปรต่างๆที่พยามจะส่งผลถึงอุปสงค์และอุปทานของสินค้าตัวนั้นโดยไม่ได้คำนึงถึงตัวนักลงทุนคืนอื่นๆ ซึ่งปัจจัยทางเทคนิคเราสร้างขึ้มมาเพื่อดูตรงนั้น ดูว่านักลงทุนคนอื่นๆคิดอย่างไรกับตลาดตอนนั้น การใช้ปัจจัยทางเทคนิคสามารถใช้งานได้รวมเร็วและง่ายกว่าเพื่อหาจังหวะต่างๆ จนในปัจจุบันเราปฏิเสธไม่ได้ว่าเราแทบทุกคนใช้ปัจจัยทางเทคนิคไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง แทบจะไม่มีเทรดเดอร์คนไหนใช้ปัจจัยพื้นฐานเพียงอย่างเดียวแล้วอาจจะมีก็น้อยจริงๆ สุดท้ายการวิเคราะห์วิเคราะห์ทางเทคนิคถูกสร้างขึ้นมาเพื่อลดปัญหาข้อสำคัญของการวิเคราะห์ทางพื้นฐาน คือ ช่องว่างของความเป็นจริงและสิ่งที่เป็น แต่ปัจจัยทางเทคนนิคก็มีข้อเสีย คือ ช่องว่างทางจิตวิทยา มันคือความแตกต่างระพหว่างการคาดเดาว่าจะเกิดอะไรกับตลาดกับเข้าไปเทรดจริง ทำไมบางครั้งเราไม่กล้า สิ่งนี้ คือ ช่องว่างทางจิตวิทยา ส่งผลให้การเทรดเป็นงานที่ยากที่สุดงานหนึ่งของโลก ในเมื่อยากจึงต้องมีคนเข้ามาเป็นผู้เชี่ยญชาญ
หนึังสือเล่มนี้ถามคำถามง่ายๆแค่ "เราสามารถเชี่ยวชาญในการเทรดได้จริงเหรอไม่" "สามารถเทรดด้วยความเรียบง่ายเหมือนกับตอนเฝ้ามองตลาดและคิดถึงความสำเร็จไหม" หนังสือ เฉลยว่า ได้ อย่างไม่มีข้อสงสัย ดังนั้นในหนังสือแบ่งเทรดเดอร์เป็น 2 กลุ่มหลักๆ คือ 1 เทรดเดอร์ทั่วไป 2 เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ ข้อแตกต่างสำหรับสองกลุ่มนี้ คือ กลุ่มที่สองคิดต่างจากเทรดเดอร์ทั่วไปเท่านั้น จากนั้นก็บอกทำนองว่าถัดจากยุคการวิเคราห์ทางเทคนิคก็คงเป็นยุคของการวิเคราะห์สภาพจิตใจ
นอกจากการกลัวตายและการพูดในที่ชุมชน การเสียเงินและการรู้ว่าตัวเองผิด คงเป็นความกลัวอันดับต้นๆที่คนทั่วไปกลัว แต่เทรดเดอร์ต้องเจอมันทุกวัน และเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเสร็จก็จะสลัดอารมณ์ได้ไว เรียกได้ว่า การบรรลุถึงภาวะจิตใจของผู้ชนะ
เรารู้ว่าการเทรดแต่ละครั้งเราต้องเสี่ยงดังนั้นเราถูกดึงเข้าไปในระบบที่มีความเสี่ยงเสมอ การคาดเดาหรือคาดการณ์ผลลัพธ์ก็สำหรับคนทั่วไป อาจจะเป็นสิ่งที่เขาหวังแต่เทรดเดอร์ที่ประสบความเร็จเราจะไม่ได้โฟกัสที่ตรงนั้น เพราะเราเข้าใจว่าตลาดจริงๆมัน Random walk ดังนั้นเข้าจะมั่นใจทุกๆครั้งที่เข้าเทรดเพราะรู้ว่ามันผิดพลาดได้ (เพราะรู้ว่าผิดได้จึงไม่กลัวผิด)
สุดท้ายบทแรกคือการอารัมภบทเกี่ยวกับความสำคัญของทัศนคติต่อการเทรด การปรับทัศนคติของเราเล็กน้อยๆเกี่ยวกับการเทรด แล้วก็บอกว่าจุดประสงค์ของหนังสือเล่มนี้คือการช่วยในคนอ่านเปลี่ยนมุมมอง (ทัศนคติ) ต่อการเทรดให้ดีขึ้น
จบ
ชอบความคิดฝรั่งอย่างหนึ่ง คือ เขาพยามจะเข้าใจว่าเขาคิดอย่างไรถึงจะประสบความสำเร็จ ส่วนเอเชียคือดูว่าเขาทำไรถึงประสบความเร็จ
แกะความคิดเพื่อเข้าใจสิ่งที่เขาทำฉลาดมาก การทำตามสิ่งที่เขาทำยังไงก็ไม่เหมือนเพราะไม่เข้าใจ แต่ถ้าโชคดีบังเอิญเข้าใจก็สำเร็จได้
ปล. ส่วนใหญ่ที่เจอมานะ
ตลาดวันนี้เปิดดี แต่ยังถือว่าไม่เปลี่ยน zone นะ
PIMO ที่ถือวาเริ่มขึ้นมาเยอะละต้องหาจังหวะขาย .... เลย 2 บาท ต้อง ระวัง
DCC , EA , BRR , MBAX น่าสนใจ
THANI ยังไม่ไปไหน แต่ก็ยังไม่เสียทรง
ตัว true alpha คือ Pttep ทำตัวน่าสนใจมากขึ้นทุกวัน เข้าเงื่อนไขหมดเลยนะ
วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2558
ทำการบ้าน
วันอาทิตย์ที่ 25 ต.ค. 2558
วันนี้ตื่น 9 โมงมาอ่านหนังสือหลังจากนอนตี 3 "ถ้าไม่จริงจังสิ่งที่ทำก็แค่ Hobby ถ้าอยากเป็นมืออาชีพต้องทุ่มเทมากกว่านี้"
อ่าน calculas ของ vector จบก็เอาโทรศัพท์ที่ตกน้ำเมื่อคืนไปซ่อมที่ฟิวฯ แล้วก็เผลอกไปกินข้าวกับเพื่อนๆต่อ ถือว่าเป็นวันสบายๆวันหนึ่ง
วันนี้หลังทำการบ้าน Ad. math เสร็จก็ต่อด้วยการบ้านเกี่ยวกับตลาดช่วงนี้
ตลาดช่วงนี้ถือว่ามีการปรับตัวขึ้นไปใน zone บนถือว่าสอดคล้องกับเงินที่ไหลเข้าประเทศ ทะยอยสะสมเมื่อลงมาแถวแนวรับ
USD / BAHT
สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินพอดี ต่อไปโฟกัสว่าใครจะทำอะไรต่อไป
หุ้นที่น่าสนใจช่วงนี้น่าจะต้องโฟกัสรายตัวเพราะรายกลุ่มยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญเท่าไร ตัวที่น่าสนใจได้แก่
Anan
Ea
Lh
ส่วนตัวที่มี discount ตอนนี้เห็นอยู่สองตัว คือ KTB กับ PTTEP ที่จะต้อนรับข่าววันจันทร์นี้ น่าสนใจว่าใช่ event drive รึป่าว
วันนี้ตื่น 9 โมงมาอ่านหนังสือหลังจากนอนตี 3 "ถ้าไม่จริงจังสิ่งที่ทำก็แค่ Hobby ถ้าอยากเป็นมืออาชีพต้องทุ่มเทมากกว่านี้"
อ่าน calculas ของ vector จบก็เอาโทรศัพท์ที่ตกน้ำเมื่อคืนไปซ่อมที่ฟิวฯ แล้วก็เผลอกไปกินข้าวกับเพื่อนๆต่อ ถือว่าเป็นวันสบายๆวันหนึ่ง
วันนี้หลังทำการบ้าน Ad. math เสร็จก็ต่อด้วยการบ้านเกี่ยวกับตลาดช่วงนี้
ตลาดช่วงนี้ถือว่ามีการปรับตัวขึ้นไปใน zone บนถือว่าสอดคล้องกับเงินที่ไหลเข้าประเทศ ทะยอยสะสมเมื่อลงมาแถวแนวรับ
USD / BAHT
สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินพอดี ต่อไปโฟกัสว่าใครจะทำอะไรต่อไป
หุ้นที่น่าสนใจช่วงนี้น่าจะต้องโฟกัสรายตัวเพราะรายกลุ่มยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญเท่าไร ตัวที่น่าสนใจได้แก่
Anan
Ea
Lh
ส่วนตัวที่มี discount ตอนนี้เห็นอยู่สองตัว คือ KTB กับ PTTEP ที่จะต้อนรับข่าววันจันทร์นี้ น่าสนใจว่าใช่ event drive รึป่าว
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)












